เว็บไซต์ใดเหมาะที่สุดสำหรับการจองรถเช่าในออสเตรเลีย?
มีตัวเลือกหลากหลาย แต่ที่แนะนำเป็นพิเศษคือ “QEEQ” เพราะ QEEQ ช่วยให้คุณเปรียบเทียบราคาและเงื่อนไขของบริษัทรถเช่ารายใหญ่ทั่วโลก เช่น Hertz, Avis, Europcar ได้ในครั้งเดียว ทำให้ค้นหาแผนที่เหมาะสมที่สุดได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังมีฝ่ายบริการลูกค้าภาษาญี่ปุ่นที่ครบถ้วน จึงมั่นใจได้เมื่อมีคำถามหรือจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงการจอง นอกจากนี้ยังมีคูปองส่วนลดและแคมเปญลดราคาออกมาอยู่เสมอ ทำให้มีโอกาสจองได้ในราคาคุ้มค่าเป็นจุดเด่นสำคัญ
ควรจองรถเช่าล่วงหน้ากี่วันจึงจะดีที่สุด?
แนะนำให้จองทันทีที่แผนการเดินทางลงตัว โดยเฉพาะช่วงไฮซีซัน เช่น ช่วงปีใหม่ อีสเตอร์ และปิดเทอม โรงเรียน ค่าเช่าอาจปรับตัวสูงขึ้นและอาจไม่มีรุ่นรถที่ต้องการให้เช่าได้ โดยทั่วไป การจองล่วงหน้า 1–3 เดือนก่อนวันใช้งานถือว่าเหมาะสมที่สุด
สามารถเช่ารถแบบขาเดียว (รับรถและคืนคนละสาขา) ได้หรือไม่?
ได้ สามารถทำได้ ตัวอย่างเช่น รับรถที่ซิดนีย์แล้วไปคืนที่เมลเบิร์น ซึ่งสะดวกมากสำหรับการเดินทางระหว่างเมือง แต่โดยทั่วไปจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เรียกว่า “ค่าบริการคืนต่างสาขา (One-way fee)” ควรตรวจสอบให้แน่ใจในขั้นตอนการจองว่ามีการรวมค่าคืนต่างสาขาไว้แล้วหรือไม่
มีข้อจำกัดอายุผู้ขับขี่ในการเช่ารถหรือไม่?
มี บริษัทรถเช่าส่วนใหญ่มีกำหนดอายุต่ำสุดของผู้ขับขี่หลักที่ 21 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ โดยทั่วไปผู้ขับขี่อายุ 21–24 ปี จะต้องชำระ “ค่าบริการผู้ขับขี่อายุน้อย (Young Driver Surcharge)” เพิ่มเติม และรถบางประเภท เช่น รถสมรรถนะสูงหรือรถคันใหญ่ อาจกำหนดให้ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 25 ปีขึ้นไป
ควรจองรถเช่าจากญี่ปุ่นล่วงหน้า หรือไปถึงออสเตรเลียแล้วค่อยจอง แบบไหนดีกว่า?
แนะนำอย่างยิ่งให้จองล่วงหน้าจากญี่ปุ่นผ่านออนไลน์ การใช้เว็บไซต์เปรียบเทียบอย่าง QEEQ จะช่วยให้คุณเปรียบเทียบราคาและเงื่อนไขได้อย่างละเอียด เพื่อเลือกตัวเลือกที่เหมาะที่สุด หากไปถึงสนามบินหรือสาขาแล้วค่อยไปที่เคาน์เตอร์เพื่อจองทีหลัง มักจะมีค่าเช่าที่สูงกว่า เสี่ยงที่จะไม่มีรุ่นรถที่ต้องการ และขั้นตอนอาจใช้เวลานาน
ข้อมูลใดบ้างที่จำเป็นต้องใช้ในการจอง?
โดยหลักแล้วต้องใช้ข้อมูลต่อไปนี้ ชื่อ–นามสกุลของผู้ขับขี่หลัก (สะกดตามหนังสือเดินทางเป็นอักษรโรมัน) อายุของผู้ขับขี่หลัก ข้อมูลการติดต่อ (อีเมล หมายเลขโทรศัพท์) วันที่และสถานที่ต้องการใช้รถ (รับรถ/คืนรถ) และประเภทกลุ่มรถที่ต้องการเช่า
สามารถเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกข้อมูลการจองได้หรือไม่?
ทำได้ แพลตฟอร์มอย่าง QEEQ ให้คุณเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกการจองออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตาม นโยบายการยกเลิกจะแตกต่างกันไปตามบริษัทรถเช่าและประเภทแพ็กเกจราคา โดยมากมักยกเลิกได้ฟรีจนถึง 48 ชั่วโมงก่อนเวลารับรถ แต่หากยกเลิกกระชั้นชิดอาจมีค่าธรรมเนียมเกิดขึ้น จึงควรตรวจสอบเงื่อนไขให้ดีในขั้นตอนการจอง
ต้องนำเอกสารใดบ้างไปในวันที่รับรถ?
เอกสาร 4 อย่างต่อไปนี้เป็นสิ่งจำเป็น 1. ใบขับขี่ญี่ปุ่นฉบับจริงที่ยังไม่หมดอายุ 2. ใบขับขี่สากล (IDP) 3. หนังสือเดินทาง 4. บัตรเครดิตที่มีชื่อผู้ขับขี่หลักเป็นเจ้าของ หากลืมนำเอกสารเหล่านี้ไป อาจถูกปฏิเสธการเช่ารถได้ จึงต้องเตรียมให้พร้อม
ใช้เฉพาะใบขับขี่ญี่ปุ่นอย่างเดียวได้หรือไม่?
ไม่ได้ ใบขับขี่ญี่ปุ่นเป็นภาษาญี่ปุ่น เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือพนักงานบริษัทรถเช่าในออสเตรเลียจะไม่สามารถอ่านเนื้อหาได้ จึงจำเป็นต้องพก “ใบขับขี่สากล (IDP)” คู่กับใบขับขี่ญี่ปุ่นเสมอ
สามารถขอใบขับขี่สากล (IDP) ได้ที่ไหน?
สามารถยื่นขอได้ที่ศูนย์ออกใบขับขี่ (運転免許センター) สนามสอบใบขับขี่ หรือสถานีตำรวจที่ได้รับมอบหมายในแต่ละจังหวัดของญี่ปุ่น เอกสารที่ต้องใช้ ได้แก่ ใบขับขี่ญี่ปุ่น รูปถ่าย หนังสือเดินทาง และค่าธรรมเนียม โดยทั่วไปมักออกให้ได้ภายในวันเดียว แต่ควรตรวจสอบรายละเอียดกับหน่วยงานที่รับผิดชอบล่วงหน้า
ใบขับขี่สากลมีอายุการใช้งานนานเท่าใด?
อายุการใช้งาน 1 ปีนับจากวันที่ออกใบอนุญาต แต่หากใบขับขี่ญี่ปุ่นซึ่งเป็นต้นฉบับหมดอายุ ใบขับขี่สากลจะถือว่าใช้ไม่ได้ทันที จึงต้องระวังเรื่องวันหมดอายุ
จำเป็นต้องมีใบแปลอย่างเป็นทางการ (การแปลโดย NAATI) หรือไม่?
หากคุณถือใบขับขี่สากล (IDP) โดยทั่วไปแล้วไม่จำเป็นต้องมีการแปลโดย NAATI (องค์กรรับรองนักแปลแห่งชาติของออสเตรเลีย) อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถขอ IDP ได้ทันก่อนเดินทาง หรือในกรณีพักระยะยาวและประเภทวีซ่าบางอย่าง การแปลโดย NAATI อาจถือเป็นทางเลือกทดแทนที่มีผลตามกฎหมาย สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป การเตรียม IDP เป็นวิธีที่แน่นอนที่สุด
บัตรเครดิตจำเป็นต้องเป็นชื่อของผู้ขับขี่เองหรือไม่?
จำเป็น ต้องเป็นบัตรเครดิตที่มีชื่อผู้ขับขี่หลัก (ผู้ทำสัญญา) เป็นเจ้าของเสมอ เหตุผลคือใช้ทั้งในการชำระค่าเช่าและกันวงเงินมัดจำ (Deposit) สำหรับกรณีอุบัติเหตุหรือการกระทำผิดกฎจราจร บัตรที่เป็นชื่อสมาชิกครอบครัวคนอื่นหรือบัตรของบริษัท มักจะไม่เป็นที่ยอมรับ
ควรเลือกรุ่นรถอย่างไรให้เหมาะกับพื้นที่ เช่น ในเมือง ชานเมือง หรือพื้นที่อาท์แบ็ก?
สำหรับตัวเมืองใหญ่ เช่น ซิดนีย์ เมลเบิร์น แนะนำให้เลือกรถเล็กหรือรถซีดานที่จอดง่าย สำหรับการเดินทางระยะไกลตามชายฝั่งตะวันออก เหมาะกับรถซีดานขนาดกลางหรือ SUV ส่วนการขับในอาท์แบ็กหรือถนนลูกรัง จำเป็นต้องใช้ SUV หรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) เป็นหลักเพื่อความปลอดภัย
มีรถเกียร์ออโต้ (AT) ให้เช่าหรือไม่?
มี รถเช่าในออสเตรเลียส่วนใหญ่เป็นเกียร์ออโต้ (AT) เกือบทั้งหมด รุ่นรถที่แสดงในเว็บไซต์อย่าง QEEQ ส่วนมากจึงเป็นรถเกียร์ออโต้ ไม่ต้องกังวล แม้จะมีรถเกียร์ธรรมดา (MT) อยู่บ้างแต่จำนวนค่อนข้างจำกัด และโดยทั่วไปมักมีราคาถูกกว่า
ค่าเช่าพื้นฐานของรถเช่ารวมอะไรบ้าง?
โดยทั่วไป ค่าเช่าพื้นฐานจะรวมค่าเช่ารถ ค่าระยะทางขับขี่แบบไม่จำกัด (ยกเว้นบางโปรแกรม) ประกันภัยพื้นฐานสำหรับรถ (CDW/LDW โดยมักกำหนดวงเงินส่วนรับผิดสูง) และภาษีต่าง ๆ (เช่น GST) อยู่แล้ว
นอกจากค่าเช่าพื้นฐานแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอะไรอีกบ้าง?
อาจมีค่าธรรมเนียมสนามบิน ค่าบริการผู้ขับขี่อายุน้อย ค่าผู้ขับขี่เพิ่มเติม ค่าเช่าอุปกรณ์เสริม เช่น GPS หรือคาร์ซีทเด็ก ค่าคืนรถต่างสาขา ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าผ่านทางถนน มีโทลล์ เป็นต้น ควรตรวจสอบให้ครบถ้วนก่อนยืนยันการจอง
เงื่อนไขเรื่องน้ำมันเป็นอย่างไร?
แบบที่พบมากที่สุดคือเงื่อนไข “รับเต็ม–คืนเต็ม (Full to Full)” คือรับรถในสภาพน้ำมันเต็มถัง และต้องเติมน้ำมันให้เต็มก่อนนำไปคืน หากนำรถมาคืนโดยน้ำมันไม่เต็มถัง บริษัทรถเช่าอาจคิดค่าน้ำมันในอัตราที่สูงกว่าปกติพร้อมค่าบริการเติมน้ำมันเพิ่มเติม
มีการจำกัดระยะทางขับขี่หรือไม่?
แพ็กเกจส่วนใหญ่เป็นแบบ “ระยะทางไม่จำกัด (Unlimited Kilometres)” แต่แผนราคาถูกบางประเภทหรือรถบางรุ่น (โดยเฉพาะรถ 4WD หรือรถเพื่อการพาณิชย์) อาจกำหนดเพดานระยะทางต่อวัน เช่น 200 กม./วัน หากมีแผนขับระยะไกล ควรตรวจสอบเงื่อนไขให้ชัดเจนในตอนจอง
สามารถขับรถเก๋งทั่วไปบนถนนลูกรัง (Unsealed Road) ได้หรือไม่?
ไม่ควรอย่างยิ่ง ข้อกำหนดของบริษัทรถเช่าส่วนใหญ่ห้ามใช้รถที่ไม่ใช่ 4WD ขับบนถนนที่ไม่ได้ลาดยาง หากเกิดอุบัติเหตุหรือรถเสียบนถนนลักษณะดังกล่าว ประกันอาจไม่คุ้มครอง และคุณอาจต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมและค่ารถลากทั้งหมดด้วยตนเอง
จำเป็นต้องใช้คาร์ซีทสำหรับเด็กหรือไม่?
จำเป็น ออสเตรเลียมีกฎหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับการใช้คาร์ซีท ประเภทของคาร์ซีทที่ต้องใช้ (หันหน้าไปด้านหลัง หันหน้าไปด้านหน้า หรือบูสเตอร์ซีท) จะขึ้นอยู่กับอายุและส่วนสูงของเด็ก ต้องแจ้งความต้องการคาร์ซีทในขั้นตอนการจอง หากนำคาร์ซีทไปเอง จำเป็นต้องเป็นรุ่นที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยของออสเตรเลีย
ประกันพื้นฐานที่รวมอยู่ในค่าเช่ารถคืออะไร?
ค่าเช่าพื้นฐานมักรวม “ประกันความเสียหายรถเช่า (CDW/LDW)” ซึ่งช่วยจำกัดวงเงินความรับผิดชอบของผู้เช่าเมื่อรถได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุ อย่างไรก็ตาม วงเงินส่วนรับผิด (Excess) มักถูกตั้งไว้ในระดับที่สูงมาก โดยทั่วไปประมาณ 4,000–8,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
“วงเงินส่วนรับผิด (Excess)” คืออะไร?
คือวงเงินสูงสุดที่ผู้ขับขี่ต้องรับผิดชอบเองในกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือถูกขโมยรถ เช่น หากวงเงินส่วนรับผิดคือ 5,000 ดอลลาร์ และค่าซ่อมทั้งหมด 7,000 ดอลลาร์ คุณต้องชำระ 5,000 ดอลลาร์ ส่วนที่เหลืออีก 2,000 ดอลลาร์ บริษัทประกันจะรับผิดชอบ หากค่าซ่อม 3,000 ดอลลาร์ คุณต้องรับผิดชอบเต็มจำนวน 3,000 ดอลลาร์
ควรซื้อประกันเพิ่มเติมเพื่อลดหรือยกเลิกวงเงินส่วนรับผิดหรือไม่?
แนะนำอย่างยิ่ง การขับรถต่างประเทศที่ไม่คุ้นเคยมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจากความผิดพลาดเล็กน้อย การซื้อประกันเพิ่มเติมเพื่อลดหรือยกเลิกวงเงินส่วนรับผิดสามารถช่วยป้องกันค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ได้ คุณสามารถซื้อได้ที่เคาน์เตอร์บริษัทรถเช่าหรือผ่านเว็บไซต์จอง เช่น QEEQ
สามารถใช้ประกันท่องเที่ยวต่างประเทศที่แนบท้ายบัตรเครดิตได้หรือไม่?
ในบางกรณีสามารถใช้ได้ แต่ต้องระมัดระวัง ประกันที่แนบท้ายบัตรเครดิตจำนวนมากมีขอบเขตความคุ้มครองจำกัดและอาจมีเงื่อนไขการใช้ที่ละเอียดมาก จึงควรตรวจสอบกับบริษัทบัตรเครดิตล่วงหน้าให้ชัดเจนถึงรายละเอียดความคุ้มครอง วงเงินส่วนรับผิด และขั้นตอนการเรียกร้องค่าสินไหม
ความเสียหายต่อล้อกระทะ กระจก หรือใต้ท้องรถอยู่ในความคุ้มครองของประกันหรือไม่?
ในประกันพื้นฐาน (CDW/LDW) โดยทั่วไป “ยางล้อ กระจก หลังคา และส่วนใต้ท้องรถ” มักไม่อยู่ในความคุ้มครอง หากต้องการให้ความเสียหายประเภทเหล่านี้อยู่ภายใต้ประกัน จำเป็นต้องซื้อประกันแบบครอบคลุม (Full Cover) หรือแพ็กเกจเสริมเฉพาะเพิ่มเติม
มีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินข้างทาง (Roadside Assistance) รวมอยู่หรือไม่?
โดยทั่วไปมักมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินพื้นฐานรวมอยู่ แต่ขอบเขตความคุ้มครองอาจจำกัด เช่น เหตุขัดข้องจากความผิดพลาดของผู้ขับขี่เอง เช่น น้ำมันหมด หรือทำกุญแจล็อกอยู่ในรถ อาจมีค่าบริการเพิ่มเติม บางบริษัทมีตัวเลือกซื้อแพ็กเกจ “พรีเมียม Roadside Assistance” ที่ครอบคลุมกว้างขึ้นเป็นออปชันเสริม
ซื้อประกันเพิ่มเติมที่ไหนจึงจะคุ้มค่าที่สุด?
โดยทั่วไป ประกันจากบริษัทภายนอกที่ขายผ่านตัวกลางอย่าง QEEQ มักมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าการซื้อประกันตรงจากเคาน์เตอร์บริษัทรถเช่า อย่างไรก็ตาม ควรเปรียบเทียบรายละเอียดความคุ้มครองและขั้นตอนการเรียกร้องค่าสินไหม (เช่น ต้องสำรองจ่ายก่อนหรือไม่) เพื่อเลือกแบบที่เหมาะกับตัวคุณ
สิ่งที่แตกต่างจากการขับรถในญี่ปุ่นที่ควรระวังมากที่สุดคืออะไร?
จุดสำคัญคือ “ขับชิดซ้าย พวงมาลัยขวา” ซึ่งเหมือนกับญี่ปุ่นจึงไม่ยากในการปรับตัว แต่เวลาจะเลี้ยวขวาที่สี่แยก มีโอกาสสับสนและเผลอขับเข้าเลนฝั่งขวาได้ง่ายเพราะมัวแต่มองรถฝั่งสวน ต้องระลึกคำว่า “Keep Left” ไว้เสมอขณะขับรถ
ไม่เข้าใจวิธีผ่านวงเวียน (Roundabout) ควรทำอย่างไร?
กติกาหลักของวงเวียนมีดังนี้ 1. ต้องให้ทางรถที่มาจากด้านขวาก่อนเสมอ (Give Way to your right) 2. เมื่อเข้าวงเวียนแล้วให้วิ่งตามเข็มนาฬิกา 3. เวลาออกจากวงเวียนควรเปิดไฟเลี้ยวซ้ายเพื่อแสดงให้รถคันอื่นทราบว่าสะดวกออกจากวงเวียนแล้ว
จำกัดความเร็วเท่าไร และมีการจับกุมเข้มงวดหรือไม่?
ความเร็วจำกัดจะแสดงในป้ายจราจร โดยทั่วไป เขตเมือง 50 กม./ชม. ถนนนอกเมือง 80–100 กม./ชม. และทางด่วน/ทางหลวง (Highway/Freeway) 100–110 กม./ชม. ออสเตรเลียมีการบังคับใช้กฎหมายความเร็วค่อนข้างเข้มงวด มีการติดตั้งกล้องจับความเร็วจำนวนมาก แม้เกินเพียงไม่กี่กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็อาจถูกปรับได้ จึงต้องปฏิบัติตามป้ายจำกัดความเร็วอย่างเคร่งครัด
วิธีชำระค่าทางด่วน (Toll Road) เป็นอย่างไร?
ทางด่วนในออสเตรเลียไม่มีด่านเก็บเงินแบบประตูเหมือนระบบ ETC ของญี่ปุ่น แต่ใช้กล้องอ่านป้ายทะเบียนโดยอัตโนมัติ รถเช่าส่วนใหญ่จะติดตั้งอุปกรณ์ชำระเงินอัตโนมัติ “E-Tag” ค่าผ่านทางจะถูกเรียกเก็บกับบริษัทรถเช่าก่อน และทางบริษัทรถเช่าจะเรียกเก็บจากบัตรเครดิตของคุณในภายหลัง (มักมีค่าธรรมเนียมการจัดการเพิ่มเติมด้วย)
มีข้อควรระวังอะไรเกี่ยวกับกฎการจอดรถ?
การอ่านป้ายจอดรถค่อนข้างซับซ้อน ตัวอย่างเช่น “2P” หมายถึงจอดได้สูงสุด 2 ชั่วโมง หากมีคำว่า “Ticket” หรือ “Meter” ต้องซื้อตั๋วจากเครื่องจำหน่ายและวางไว้บนแผงหน้าปัด “No Stopping” หมายถึงห้ามหยุดจอดแม้ชั่วครู่ ส่วน “No Parking” คือห้ามจอดทิ้งไว้ แต่อนุญาตให้หยุดสั้น ๆ เพื่อรับ–ส่งผู้โดยสารได้ ป้ายจำนวนมากอาจเปลี่ยนข้อจำกัดตามเวลาและวันในสัปดาห์ จึงต้องอ่านให้ดีทุกครั้งก่อนจอด
ควรระวังสัตว์ป่ากระโดดออกมาบนถนนหรือไม่?
ควรระวังอย่างมาก โดยเฉพาะจิงโจ้และวอลลาบี พวกมันจะออกหากินมากที่สุดช่วงพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก (Dawn and Dusk) หากต้องขับนอกเมืองช่วงเวลาเหล่านี้ ควรลดความเร็วและจับตาดูข้างทางเสมอ การชนกับสัตว์ป่าสามารถสร้างความเสียหายรุนแรงให้กับรถได้
มีข้อควรระวังเป็นพิเศษอะไรบ้างเมื่อขับรถในอาท์แบ็ก (เขตทะเลทรายด้านในประเทศ)?
การขับรถในอาท์แบ็กเป็นการผจญภัยที่ต้องเตรียมตัวอย่างดี ต้องเติมน้ำมันให้เต็มถังเสมอ เตรียมน้ำดื่มและอาหารฉุกเฉินมากกว่าจำนวนผู้ร่วมเดินทาง โทรศัพท์ดาวเทียมหรือวิธีการสื่อสารฉุกเฉินอื่น ๆ แจ้งเส้นทางการเดินทางให้ใครสักคนทราบล่วงหน้า และระวังรถบรรทุกขนาดยาวพิเศษ (Road Train) เป็นพิเศษ
“Hook Turn” ที่มีชื่อเสียงของเมลเบิร์นคืออะไร?
Hook Turn เป็นวิธีเลี้ยวขวาพิเศษที่ใช้เฉพาะสี่แยกในย่านศูนย์กลางเมือง (CBD) ของเมลเบิร์นซึ่งมีทางรถราง (Tram) ตัดผ่าน หากต้องการเลี้ยวขวา ต้องขับรถไปจอดรอที่ “ด้านซ้ายสุด” ของสี่แยกก่อน แล้วเมื่อตรงไปด้านหน้าจากฝั่งตรงข้ามได้ไฟเขียว (หลังจากที่ไฟของคุณเปลี่ยนเป็นแดงแล้ว) จึงค่อยเลี้ยวขวาใช้สี่แยกนั้นได้ กฎนี้ใช้เฉพาะทางแยกที่มีป้ายระบุ “Hook Turn” เท่านั้น
กฎเกี่ยวกับเข็มขัดนิรภัยและการใช้โทรศัพท์มือถือเป็นอย่างไร?
ผู้โดยสารทุกที่นั่งรวมถึงเบาะหลังต้องคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดเวลา การใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ (ถือไว้ในมือหรือวางบนตัก) ถูกห้ามตามกฎหมาย แม้ตอนหยุดรถรอสัญญาณไฟจราจรก็ถือว่าผิดกฎ และมีโทษปรับพร้อมตัดคะแนนความประพฤติสูง
มีป้ายจราจรใดที่ควรจำให้ขึ้นใจบ้าง?
ป้าย “GIVE WAY” (ให้ทาง) และ “STOP” (หยุดรถให้สนิท) ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ป้ายพื้นสีเหลืองมีรูปสัตว์สีดำ เช่น จิงโจ้ แสดงว่าพื้นที่นั้นเป็นเขตที่สัตว์ชนิดนั้นปรากฏตัวบ่อย ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ
มีขั้นตอนอย่างไรบ้างเมื่อไปที่เคาน์เตอร์บริษัทรถเช่า?
คุณต้องแสดงใบยืนยันการจองและเอกสารที่จำเป็น (ใบขับขี่ IDP หนังสือเดินทาง บัตรเครดิต) จากนั้นลงนามในสัญญา ตรวจสอบและเลือกซื้อประกันเสริมและอุปกรณ์ตัวเลือกต่าง ๆ ทำรายการมัดจำ (กันวงเงินในบัตรเครดิต) หากมีเรื่องใดไม่เข้าใจ ควรถามให้ชัดเจนในขั้นตอนนี้
ควรตรวจสอบอะไรบ้างก่อนรับรถ?
ก่อนขึ้นรถให้เดินวนรอบรถหนึ่งรอบเพื่อตรวจดูรอยขีดข่วนหรือรอยบุบที่มีอยู่ก่อนแล้ว หากพบต้องแจ้งพนักงานและให้บันทึกไว้ในใบรายงานสภาพรถ ควรถ่ายรูปหรือวิดีโอตัวรถทั้งคันโดยให้แสดงวันที่ไว้ด้วย จะช่วยป้องกันปัญหาเวลาเอารถมาคืน
ขอคำแนะนำวิธีเติมน้ำมันรถในออสเตรเลีย
ปั๊มน้ำมันในออสเตรเลียส่วนใหญ่เป็นแบบบริการตัวเอง ต้องระวังไม่เลือกรุ่นน้ำมันผิดประเภท เช่น Unleaded 91/95/98 หรือ Diesel หลังเติมน้ำมันเสร็จ ให้จดหมายเลขหัวจ่าย แล้วไปชำระเงินที่เคาน์เตอร์ภายในร้านโดยแจ้งหมายเลขหัวจ่ายแก่พนักงาน
ถ้าลืมเติมน้ำมันให้เต็มถังตามเงื่อนไข “รับเต็ม–คืนเต็ม (Full to Full)” จะเป็นอย่างไร?
บริษัทรถเช่าจะเติมน้ำมันส่วนที่ขาดให้ แต่ราคาน้ำมันที่คิดจะสูงกว่าราคาจริงหน้าปั๊มมาก และมักมีค่าบริการเติมน้ำมันเพิ่มอีก ทำให้ยอดที่ต้องจ่ายสูง ควรเติมน้ำมันให้เต็มถังก่อนคืนรถทุกครั้ง โดยเฉพาะที่ปั๊มใกล้สาขาคืนรถ
หากดูแล้วน่าจะคืนรถไม่ทันตามเวลาที่กำหนด ควรทำอย่างไร?
ให้รีบโทรแจ้งสาขาที่เช่ารถทันที หากคืนช้ากว่าเวลาที่กำหนดโดยไม่แจ้ง อาจถูกคิดค่าปรับล่าช้าซึ่งอาจเท่ากับค่าเช่าหนึ่งวันเต็ม หากโทรแจ้งล่วงหน้า บางครั้งบริษัทรถเช่าอาจช่วยจัดการให้ยืดหยุ่นขึ้นได้ตามสถานการณ์
ถ้าคืนรถเร็วกว่ากำหนด จะได้รับเงินคืนส่วนต่างหรือไม่?
โดยทั่วไปจะไม่ได้รับเงินคืน สัญญาเช่ารถจะผูกกับระยะเวลาที่กำหนดเอาไว้แล้ว การคืนรถก่อนกำหนดมักจะไม่มีการคิดเงินคืนตามจำนวนวันที่ไม่ได้ใช้
ขั้นตอนการคืนรถเป็นอย่างไร?
จอดรถในจุดคืนรถที่ระบุ นำกุญแจพร้อมสำเนาสัญญาไปที่เคาน์เตอร์ พนักงานจะตรวจสอบระยะทาง น้ำมันว่าเต็มถังหรือไม่ และเช็คสภาพรถว่ามีรอยใหม่หรือไม่ หากไม่มีปัญหา ขั้นตอนก็เสร็จสิ้น หากคืนรถนอกเวลาทำการ จะใช้ระบบคืนกุญแจโดยหย่อนกุญแจลงในกล่องรับกุญแจ (Key Box Drop) ที่สาขา
หากเกิดอุบัติเหตุขณะขับรถ ควรทำอย่างไร?
ให้ตั้งสติและตรวจสอบความปลอดภัยของตนเองและผู้โดยสารก่อน เปิดไฟฉุกเฉินหากจำเป็น หากมีผู้บาดเจ็บหรือมีทรัพย์สินเสียหายมาก ให้โทรแจ้งหมายเลขฉุกเฉิน “000” หากมีคู่กรณีให้แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ถ่ายรูปจุดเกิดเหตุและความเสียหายของรถ แล้วติดต่อบริษัทรถเช่าเพื่อขอคำแนะนำและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างใกล้ชิด
หากรถเสียระหว่างขับ ควรทำอย่างไร?
ให้หยุดรถในที่ที่ปลอดภัย โทรติดต่อศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉินข้างทาง (Roadside Assistance) ตามหมายเลขที่ระบุในสัญญาเช่าหรือบนพวงกุญแจ แจ้งตำแหน่งปัจจุบัน สภาพรถ และชื่อผู้เช่า จากนั้นปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
โดนใบสั่งจอดผิดกฎหมายหรือขับรถเกินความเร็วแล้วจะเป็นอย่างไร?
ใบแจ้งการกระทำผิดจะถูกส่งไปยังบริษัทรถเช่าภายหลัง บริษัทรถเช่าจะส่งต่อข้อมูลผู้เช่าให้กับตำรวจและอาจเรียกเก็บค่าปรับจากบัตรเครดิตของคุณ หรือดำเนินการให้มีการส่งใบแจ้งหนี้ฉบับใหม่ไปยังที่อยู่ในญี่ปุ่นของคุณ นอกจากนี้ บริษัทรถเช่ามักคิด “ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Admin Fee)” เพิ่มเติมจากค่าปรับด้วย
หากทำกุญแจรถหาย หรือเผลอล็อกกุญแจไว้ในรถควรทำอย่างไร?
ให้ติดต่อสาขาบริษัทรถเช่าหรือศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉินข้างทางทันที โดยทั่วไป การทำกุญแจหายหรือการเรียกช่างมาเปิดรถจะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และมักไม่อยู่ในความคุ้มครองของประกันพื้นฐาน
หากหลังคืนรถไปแล้วถูกเรียกเก็บค่าซ่อมรอยขีดข่วนที่ไม่ได้ทำ จะทำอย่างไรได้บ้าง?
นี่คือเหตุผลที่ควรถ่ายรูปสภาพรถในตอนรับรถไว้ หากถูกเรียกเก็บค่าซ่อมรอยขีดข่วน ให้ใช้รูปหรือสำเนาใบรายงานสภาพรถที่พนักงานลงนามไว้ตอนรับรถเพื่อยืนยันว่ารอยนั้นมีอยู่ก่อนแล้ว หากคุณซื้อประกันผ่านแพลตฟอร์มอย่าง QEEQ ให้ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าเพื่อปรึกษาและขอคำแนะนำเพิ่มเติม